ประโยชน์ที่ว่าด้วยเรื่องของผลไม้ชนิดต่าง 

 

มะเฟือง
มีรูปไข่ มีสันเป็นพูตามความยาว 3-5 เส้น เมื่อผ่าตามขวางจะเป็นรูปคล้ายดาว ผิวผลค่อนข้างเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีเหลือง เนื้อชุ่มน้ำ รสเปรี้ยวหรือหวานแล้วแต่พันธุ์ มะเฟืองเป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม ชอบอากาศร้อนชื้น ลักษณะของผลมะเฟืองเป็นพูลึก ก้นแหลมเป็นร่อง ผิวใสมัน

 


ประโยชน์ต่อสุขภาพ
เนื้อมะเฟือง มีน้ำมาก มะเฟืองทีทั้งประเภทรสหวานและรสเปรี้ยว มะเฟืองเป็นไม่พุ่ม เมื่อปลูกในกระถางจะเป็นไม้ประดับ มะเฟืองดิบนำมาทำเป็นผักประดับจานสลัดได้ มะเฟืองสุกพันธุ์รสหวานนิยมกินสดเป็นผลไม้ นำมาแปรรูปทำเป็นแยม เยลลี่ ดอง กวน แช่อิ่ม ทำน้ำมะเฟือง ผลมะเฟืองนำไปขจัดสนิมเหล็กได้ สรรพคุณของมะเฟือง ใบยอด บดทาตามตัวรักษาอีสุกอีใส แก้ขี้กลาก ใบต้มแก้ไข้ ผลเป็นยาระบาย ลดอาการอักเสบ ฟอกโลหิต ขับปัสสาวะ ใช้ดอกเป็นยาขับพยาธิ ใบและรากแก้ไข้ ผลขับเสมหะขับปัสสาวะ ขับเลือดเสีย คุณค่าทางอาหาร ให้คาโบไฮเดรต วิตามินซี แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส
         


ชมพู่
ลักษณะของพืช ต้นชมพู่เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางทรงพุ่ม ใบหนาเป็นมัน โตพอสมควร ดอกจะบานออกมาเป็นฝอยฟูคล้ายกับดอกกระถิน มีสีขาว สีเขียวใบไม้ สีชมพูอ่อนๆผสมผสานกันอยู่ ผลชมพู่ลักษณะกลมแป้น สีเขียวทางขั้วเล็ก เมล็ดในเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีเยื่อใยฟูนิ่มอยู่ภายนอก

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
รสและสรรพคุณยาไทย เอาเนื้อมาทำเป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้เกิดความสดชื่นหอม โดยการเอาเนื้อชมพู่แห้งมาบดหรือรับประทานสดก็ได้ จะเกิดความสดชื่นขึ้นมาทันที สามารถนำมาบำรุงหัวใจได้มาก เพราะชมพู่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
  

                  

 

มะม่วง
มะม่วงเป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ความแห้งแล้ง การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก มีพันธุ์ให้เลือกปลูกมากมายหลายพันธุ์ ทั้งพันธุ์มะม่วงดิบ และมะม่วงกินสุก บางพันธุ์ยังสามารถรับประทานได้ทั้งดิบและสุกอีกด้วย ทรงพุ่มก็ให้ร่มเงาดี มีใบใหญ่สวยงาม หาซื้อต้นพันธุ์ได้ง่ายและไม่แพง มะม่วงมีทรงพุ่มค่อนข้างกว้าง ดังนั้นจึงต้องมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 20 ตารางเมตร มะม่วงจะติดผลได้ดี ถ้าสภาพดินฟ้าอากาศเหมาะสม

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
ผลรสเปรี้ยว ชุ่มเย็น ใช้บำรุงกระเพาะอาหาร แก้คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน กระหายน้ำและขับปัสสาวะ ยางจากลูกและต้นผสมน้ำส้ม หรือน้ำมันแก้คัน ดอกมะม่วง รับประทานแก้ท้องร่วง และเบาหวาน แก้บิดเรื้องรัง กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และหนองใน เมล็ด รสเปรี้ยว ชุ่ม สุขุม แก้ไส้เลื่อน ท้องอืดแน่น และขับพยาธิ ใบอ่อนและเปลือก ชงน้ำร้อนกินแก้ปวด อมบ้วนปากแก้เจ็บคอ ปวดฟัน เจ็บเหงือก แต่ใบแก่จัดมีสารพิษ

องุ่น
เป็นผลไม้ที่มีรสชาติดี ทั้งรสหวาน เปรี้ยว มีขายทั่วไป ปลูกกันมากกว่า 5000 ปี สามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในเขตหนาว เขตกึ่งร้อนกึ่งหนาว และเขตร้อน

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
องุ่น เป็นอาหารบำรุงร่างกายอีกชนิดหนึ่ง นอกจากจะมีคุณค่าทางอาหาร ยังมีสรรพคุณทางยาที่ดีหลายชนิด สารอาหารที่สำคัญ คือน้ำตาล และสารอาหารจำพวกกรดอินทรีย์อีกประมาณ 7-8 ชนิด น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลซูโคส วิตามินซี นอกจากนี้ยังมีเหล็ก และแคลเซี่ยม
              องุ่นยังสามารถนำไปทำเหล้าองุ่น ซึ่งเป็นเหล้าบำรุง ส่วนเครือและราก ใช้เป็นยาขับลม ขับปัสสาวะ รักษาโรคไขข้ออักเสบ ปวดเอ็นกระดูก และมีฤทธิ์ระงับประสาท แก้ปวด แก้อาเจียนอีกด้วย
              การรับประทานองุ่นเป็นประจำ จะมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้กระหาย ขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง คนที่ร่างกายผอมแห้ง แรงน้อย แก่ก่อนวัย ไม่มีเรี่ยวแรง ถ้ารับประทานองุ่นเป็นประจำ จะช่วยเสริมทำให้ร่างกายค่อยๆแข็งแรงขึ้น

 


มะละกอ
มะละกอเป็นไม้ผลล้มลุกขนาดกลาง ความสูงระหว่าง 5-20 ฟุต ลำต้นอวบน้ำ มะละกอเป็นพืชปลูกง่ายโตเร็ว ให้ผลเร็ว ใฟ้ผลตลอดปี โดยทั่วไปมะละกอเป็นพืชที่ไม่ค่อยมีแมลงรบกวน และปลูกได้ดี่ในดินทั่วไป แต่ต้องเป็นดินที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ขังแฉะ และมีอินทรีย์วัตถุมากพอสมควร

 

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
เป็นไม้ผลที่คนทั่วไปนิยมรับประทาน ผลดิบนำมาปรุงอาหาร และผลสุกรับประทานสด น้ำมีรสหวานหอม มีวิตามินเอ และแคลเซี่ยมสูง มะละกอผลดิบมียาง มีสารเพคติน แคลเซี่ยม วิตามินซี และอื่นๆ ผลสุก มีวิตามินเอสูง วิตามินซี สารเพคติน เหล็ก แคลเซี่ยม และมีสาร Cerotenoid เป็นสารที่ทำให้เนื้อมะละกอสุกมีสีส้ม ต้นมะละกอ ใช้เป็นยาขับประจำเดือน ลดไข้ ดอก ขับปัสสาวะ ราก แก้กลากเกลื้อน ยาง ช่วยกัดแผล รักษาตาปลา หูด ฆ่าพยายธิ


 

มังคุด
เป็นไม้ผลยืนต้นขนาดใหญ่ ชอบอากาศชื้น ที่สำคัญควรเลือกพื้นที่ปลูกที่มีน้ำเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง มังคุดเป็นผลไม้ที่มีระบบรากหาอาหาร ค่อนข้างลึกประมาณ 90-120 ซม. จากผิวดิน ดังนั้น จึงต้องการสภาพแล้งก่อนออกดอกค่อนข้างนาน โดยต้นมังคุดที่สมบรูณ์ ใบยอดมีอายุระหว่าง 9-12 สัปดาห์ เมื่อผ่านช่วงแล้งติดต่อกัน 21-30 วัน และมีการกระตุ้นน้ำถูกวิธี มังคุดจะออกดอก

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
สารสกัดมังคุด มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุอาการท้องเสีย สารที่พบมากที่เปลือกคือ tannin มีฤทธิ์ฝาดสมาน จึงช่วยแก้อาการท้องเสีย นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุการเกิดหนอง และยังรักษาแผลได้อีกด้วย


การใช้มังคุครักษาอาการท้องเสีย คือ
1. ใช้เปลือกผลตากแห้ง ต้มกับน้ำปูนใส นำน้ำมาดื่ม
2. ใช้ผลตากแห้งฝนกับน้ำดื่ม
3. ใช้เปลือกตากแห้งมาฝนกับน้ำดื่ม ให้เด็กดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ทุก 4 ชม. และผู้ใหญ่ ครั้งละ 4 ช้อนชา ทุก 4 ชม.
  

         สับประรด
เป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี สูง 90-100 ซม. มีลำต้นใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับซ้อนกันถี่มาก รอบต้นกว้าง 6.5 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร ไม่มีก้านใบ ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ออกจากกลางต้น มีดอกย่อยจำนวนมาก ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีตารอบผล มีใบเป็นกระจุกที่ปลายผล

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
รักษาแผลเป็นหนองได้ โดยนำผลสดๆมาคั้นเอาแต่น้ำ ชโลมแผล เอนไซม์จะช่วยย่อยกัดเนื้อเยื่อ และหนองให้หลุด ยังใช้แก้ท้องผูกได้อีกด้วย โดยนำผลสดมาคั้นเอาน้ำ 1 แก้ว อาจผสมกับน้ำสุก 1 แก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ดื่มตอนท้องว่าง หรืออาจจะใช้เหง้าสดๆ ประมาณ 200 กรัม หรือแห้ง 100 กรัม ต้มน้ำ 2 แก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร ครั้งละ 1 ถ้วยชา นอกจากนี้สับประรดยังสามารถแก้ปัสสาวะไม่ออก และช่วยย่อยอาหารได้ดีอีกด้วย

 กล้วย
เป็นไม้ผลเขตร้อน ผลสุกนอกจากจะใช้รับประทานเป็นผลไม้แล้ว ยังสามารถนำมาปรุงอาหารคาวหวาน และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ อาหารแปรรูปชนิดต่างๆ ได้อีกหลายชนิด ใบตองสดสามารถนำไปใช้ห่อของ ทำงานประดิษฐ์ ศิลปะต่างๆ ใบตองแห้งใช้ทำกระทงใส่อาหาร และใช้ห่อผลไม้ ก้านใบและกาบกล้วยแห้งใช้ทำเชือก หัวปลีหรือดอกกล้วยน้ำว้า ยังใช้รับประทานแทนผักได้ดีอีกด้วย 

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
กล้วยทุกชนิดดีต่อสุขภาพ แต่กล้วยไข่ดีเป็นพิเศษในเรื่องของสาร ต้านอนุมูลอิสระที่เรารู้จักดี คือ เบต้าแคโรทีน โดยธรรมชาติเมื่อเราอายุมากขึ้นหรือเกิน 22 ปีไปแล้ว ความเจริญเติบโตของร่างกายจะเริ่มหยุดชะงัก ความเสื่อมในส่วนต่างๆ ของร่างกายก็เริ่มมาเยือน ช่วงนี้เอง มี 2 สิ่งที่สำคัญเกิดขึ้นในร่างกายเราซึ่งก็คือ เซลล์ในร่างกายทุกเซลล์ก็จะผลิตอนุมูลอิสระมากขึ้น และส่วนที่สองคือ ความสามารถในการซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกายจะลดลงเรื่อยๆ พร้อมกันนั้นความสามารถในการจำกัดอนุมูลอิสระ ก็ลดลง ในกล้วยไข่ 1 ขีด มีสารเบต้าแคโรทีนถึง 492 มิลลิกรัม

 

 

ที่มา http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=beerredhead&jucId=9103

เทคนิคการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์"การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต

          เชื่อว่าถ้าถามคนไหนที่ว่าใครไม่มีบัตรเครดิตบ้าง คงจะมีส่วนน้อยที่ตอบว่าไม่มีเพราะว่าบัตรเครดิตมีไว้ก็สามารถช่วยให้ผู้ถือบัตรมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการใช้เงินสูงสุด และไม่ต้องกังวลที่จะต้องพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมากถ้าพกมากก็เป็นภัยกับตัวเอง

          สำหรับผู้ที่ตกลงใจจะทำบัตรเครดิตควรจะต้องอ่านรายละเอียด และเงื่อนไขให้เข้าใจมากที่สุด ตั้งแต่วงเงิน อัตราดอกเบี้ย และอีกจิปาถะ เพื่อการใช้บัตรเครดิตอย่างมีประโยชน์สูงสุดแล้วที่นี้เราจะใช้จ่ายบัตร เครดิตให้มีประโยชน์สูงสุดกับเรายังไงมาดูกัน

ใช้จ่ายบัตรเพื่อ
          การใช้บัตรเครดิตอย่างคุ้มค่าว่า พยายามใช้สิทธิประโยชน์ของบัตรให้เต็มที่ บัตรบางใบก็ลดค่าอาหารได้ หรือได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆมากมาย

          ดังนั้นก่อนใช้บัตรเราควรใช้บัตรกับสินค้าหรือบริการที่สามารถควบคุมการจ่าย ได้เอง ซึ่งจะเป็นการให้ประโยชน์มากกว่าโทษ ดังรายการต่อไปนี้

ค่าน้ำ-ค่าไฟ หรือ อีกสารพัน
          ตัวเลขของแต่ละเดือนมันคงไม่ห่างไกลจากกันเท่าไหร่นัก ฉะนั้นคุณควรรวบรวมยอดแล้วเอาไปจ่ายทีเดียว เพราะแน่นอนว่าการจ่ายแบบนี้ยังไปช่วยเติมยอดสะสมให้สูงปรี๊ดได้ดีอีกด้วย

ค่าน้ำมัน
          ที่ถือเป็นเรื่องปกติที่รถเราจะต้องเติมอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นถึงแม้ว่าเราจะจ่ายเงินสดมันก็อยู่ในมูลค่าเท่ากันอยู่ดีเพราะฉะนั้น เก็บเงินสดเอาไว้ทำอย่างอื่นจะดีกว่า แล้วใช้บัตรจ่ายแทน และยังช่วยให้เราได้คะแนนเยอะ ๆ เพื่อไปแลกรับของที่เราต้องการได้อีกด้วย

การใช้จ่ายของในซูเปอร์มาร์เก็ต
          อย่างน้อยเราก็ต้องเข้าไปจับจ่ายใช้สอยข้าวของจิปาถะอย่างน้อยเดือนละ 1 – 2 ครั้งอยู่แล้ว การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะช่วยทำให้คุณสาว ๆ เพิ่มความรอบคอบและควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างดีเลยค่ะ เพราะใบแจ้งจะต้องแจ้งยอดในแต่ละเดือนทำให้เราสามารถเซ็กค่าใช้จ่ายได้ว่าใน แต่ละเดือนใช้มากใช้น้อยอย่างไร และรู้ว่าควรจะลดลงตรงไหนเพื่อเป็นการประหยัดในคราวต่อ ๆ ไป
          หลังจากใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตแล้วสิ่งสำคัญคือ การชำระเงินควรชำระเต็มจำนวน เพราะดอกเบี้ยแพงนะ ขอบอก.... และในทางกลับกัน การใช้บัตรเครดิตอย่างไม่เหมาะสม อาจทำให้คุณตกอยู่ในความเดือดร้อน

          มีหลายกรณีที่ผลของการใช้บัตรเครดิตกลายเป็นภาระหนักทางการเงินของคุณแทนที่ จะส่งเสริมการเงิน ส่วนตัวของคุณ เพราะฉะนั้นควรใช้อย่างพอเพียงและเพียงพอ ตามรอยพระราชดำรัสของในหลวงที่ว่า “ เศรษฐกิจพอเพียง “ จะดีที่สุดค่ะ
ที่มา http://variety.teenee.com/foodforbrain/2315.html

มิถุนายน ไปไหนดี

posted on 23 May 2009 23:17 by bugcity

ลากูน่าภูเก็ตมาราธอนนานาชาติ™ ครั้งที่ 4

วิ่งมาราธอนเกาะสวรรค์!
การแข่งขันลากูน่าภูเก็ตมาราธอนนานาชาติ™ 2552 ครั้งที่ 4 ในวันที่ 14 มิถุนายน 2552

ด้วยเส้นทางวิ่งมาราธอนบนเกาะสวรรค์เช่นภูเก็ต การแข่งขันลากูน่าภูเก็ตมาราธอนนานาชาติ™ 2552 ครั้งที่ 4 จะจัดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน 2552 ซึ่งนำเสนอการแข่งขันในปีนี้โดย ไนกี้ พบกับจุดปล่อยตัว และเส้นชัยภายในเครือโรงแรมที่ใหญ่้ที่สุดในเอเซีย ณ โรงแรมในเครือลากูน่าภูเก็ต

ท่ามกลางเส้นทางการแข่งขันที่วิ่งผ่านชนบท ท่านจะได้สัมผัสกลิ่นอายเรือกสวนยาง และไร่สับปะรด ผ่านชุมชนท้องถิ่นและตลาดยามรุ่งอรุณ

จากแนวคิดส่งเสริมกิจกรรมของสมาชิกในครอบครัว ผู้จัดการแข่งขันจึงตอบรับด้วยประเภทแข่งขันที่ หลากหลายตั้งแต่ วิ่งมาราธอน ฮาร์ฟมาราธอน วิ่ง 10.5 กม. เดิน - วิ่งเพื่อสุขภาพ 5 กม. และวิ่งยุวชน 2 กม. นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันประกวดภาพถ่ายประเภทนักวิ่งและผู้เข้าชม ซึ่งสามารถส่งภาพช็อตเด็ด ในการแข่งขันเพื่อชิงรางวัล บนเส้นทางท่านจะได้รับบริการน้ำดื่ม ฟองน้ำแช่เย็น เครื่องดื่มเกลือแร่และ ผลไม้ ในจุดให้น้ำทุก 1.5 – 2 กม. พร้อมกับสุขาทุก 5 – 7 กม. และป้ายบอกระยะทางทุกกิโลเมตร

งานเลี้ยงพาสต้าในคืนวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2552 และงานเลี้ยงหลังแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2552 ทางครัวในเครือโรงแรมลากูน่า ภูเก็ตจะจัดสรรรายการอาหารเป็นพิเศษเพื่อเลี้ยงต้อนรับนักวิ่ง ทั้งยัง มีการจัดเอ็กโปร์และงานออกร้านจากผู้สนับสนุนการแข่งขันระหว่างวันที่ 12 – 13 มิถุนายน 2552 ณ โรงแรมลากูน่า บีช รีัสอร์ท

จากจุดเริ่มต้นด้วยนักวิ่งน้อยกว่า 2,000 คน ก้าวสู่ผู้เข้าแข่งขันมากกว่า 4,000 คน ซึ่งรวมทั้งนักวิ่งนานา ชาติกว่า 1,500 คนจาก 43 ประเทศทั่วโลก ในปี 2551 และในปี 2552 คณะผู้จัดการแขันขันคาดว่าจะพุ่ง ไปถึง 6,000 คน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม (ภาษาไทย) ได้ที่เว็บไซต์ www.phuketmarathon.com

Hua Hin Jazz Festival

สถานที่ บริเวณชายหาดหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
วันที่ 12 - 14 มิถุนายน 2552

ที่สุดแห่งความอลังการและยิ่งใหญ่กว่าที่ผ่านมา อีกครั้งกับงาน “หัวหินแจ๊สเฟสติเวล 2009” กลับมาให้ได้ชมกันอีกครั้ง กับเทศกาลแจ๊สสุดฮิป เติมสีสันสุดมันส์ให้ชีวิตในงาน “หัวหินแจ๊สเฟสติเวล2009” ที่บรรดาคอเพลงแจ๊สตั้งตารอคอย ครั้งนี้นับว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ ที่จะทำให้ผู้ชื่นชอบเพลงแจ๊ส เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขมากยิ่งขึ้น ด้วยการยกเวที มาตั้งอยู่ริมชายหาดหัวหิน เพื่อให้คอเพลงแจ๊สได้ดื่มด่ำกับดนตรีแจ๊สหลากหลายสไตล์ ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2552 งานนี้ยังนับว่ามีเหล่าศิลปินทั้งไทยและเทศ ยกทัพมากันมากที่สุด เท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว!!

กิจกรรมภายในงาน 
การแสดงดนตรีแจ๊ส โดยวงดนตรีที่มีชื่อเสียงทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ